เสี่ยงมาแล้วเริ่มเพร็พได้ไหม แนวทางเพร็พของไทย ปี 2568 แยกคำตอบด้วยเวลาของความเสี่ยงครั้งล่าสุด ถ้ายังไม่เกิน 72 ชั่วโมง แนวทางให้พิจารณารับยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ (เป๊ป) ให้ครบ 28 วันก่อน แล้วตรวจเอชไอวีก่อนเริ่มยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ (เพร็พ) ถ้าเลย 72 ชั่วโมงแล้วและไม่มีอาการที่สงสัยว่าเป็นการติดเชื้อระยะเฉียบพลัน เริ่มเพร็พได้เมื่อตรวจเอชไอวีได้ผลลบ โดยต้องกลับมาตรวจเอชไอวีที่ 1 เดือน
ถ้าเพิ่งเสี่ยงมา อย่ารอวันนัดเริ่มเพร็พ ให้ไปขอประเมินเรื่องเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
เสี่ยงมาแล้วเริ่มเพร็พได้ไหม แนวทางไทยแบ่งด้วยเวลา 72 ชั่วโมง
ในแผนภาพการจัดการเพร็พของแนวทางปี 2568 หลังแนะนำเพร็พแล้ว ขั้นแรกคือดูว่าความเสี่ยงเอชไอวีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อไร ถ้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้รับเป๊ปตามคำแนะนำของประเทศจนครบ 28 วัน แล้วตรวจเอชไอวีก่อนเริ่มเพร็พ ถ้าเกิน 72 ชั่วโมง ให้ตรวจเอชไอวี ถ้าผลลบจึงเริ่มเพร็พ
แนวทางเขียนว่าในวันแรก การตรวจที่จำเป็นคือการตรวจเอชไอวีอย่างเดียว และไม่ต้องกังวลเรื่องระยะที่ยังตรวจไม่พบ (window period) เพราะผู้รับบริการต้องมาตรวจซ้ำ 1 เดือนหลังเริ่มเพร็พ ในข้อเดียวกันแนวทางยกเว้นกรณีที่ความเสี่ยงครั้งล่าสุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง ซึ่งควรพิจารณาเป๊ปก่อน
ในแผนภาพเดียวกัน ผู้ที่เคยรับเป๊ปหรือกำลังรับเป๊ปอยู่เป็นกลุ่มหนึ่งที่แนวทางแนะนำเพร็พ และผู้ที่สนใจใช้เพร็พก็รับได้แม้ไม่มีประวัติความเสี่ยง
แนวทางไม่ได้เขียนเหตุผลของลำดับนี้ไว้ตรง ๆ แต่แยกไว้ว่าเพร็พป้องกันก่อนเสี่ยง ส่วนเป๊ปใช้หลังเสี่ยง ผู้เขียนจึงเห็นว่าความเสี่ยงที่เพิ่งเกิดภายใน 72 ชั่วโมงเป็นงานของเป๊ป
ลำดับเป๊ปก่อนเพร็พ เริ่มอย่างไรและต่อกันอย่างไร
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 เขียนว่า เมื่อมีข้อบ่งชี้ เป๊ปต้องให้โดยเร็วที่สุดหลังสัมผัส (ภายใน 1 ถึง 2 ชั่วโมง) และอย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง โดยต้องกินจนครบ 4 สัปดาห์ และควรอยู่ในการติดตามของแพทย์ แพทย์เป็นผู้เลือกยา อย่าซื้อยากินเอง
แนวทางยังให้ตรวจเลือดซ้ำหลังสัมผัส 1 เดือนและ 3 เดือน ในช่วงนี้ให้งดบริจาคเลือด อวัยวะ และอสุจิ ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และให้มาพบแพทย์ทันทีถ้ามีอาการที่สงสัยว่าเป็นการติดเชื้อระยะเฉียบพลัน

ถ้านัดเริ่มเพร็พไว้หลายวันข้างหน้า แต่เพิ่งมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันหรือถุงยางแตก ผู้เขียนแนะนำให้ติดต่อจุดบริการที่ให้เป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ และบอกว่าตั้งใจจะเริ่มเพร็พต่อ แนวทางเอชไอวีของไทยให้ประเมินและตรวจเลือดพื้นฐานก่อนให้เป๊ป ส่วนต้องรอผลก่อนเริ่มยาหรือไม่ อ่านต่อได้ที่ เจาะเลือดก่อนเริ่ม PEP ตรวจอะไร ต้องรอผลไหม
เมื่อกินเป๊ปครบ 28 วันและตรวจเอชไอวีได้ผลลบ แนวทางเพร็พเขียนว่าเริ่มเพร็พต่อได้ทันที แนวทางการรักษาให้แนะนำเพร็พแก่ผู้ที่มีความเสี่ยงซ้ำ และถ้ามีความเสี่ยงซ้ำในช่วงท้ายของการกินเป๊ป แนวทางให้แพทย์ปรับระยะการกินบางกรณี จึงควรบอกแพทย์ทุกครั้ง สิ่งที่ควรถามในวันสุดท้ายของเป๊ป อ่านต่อได้ที่ วันสุดท้ายของ PEP 28 วัน เช็กลิสต์ก่อนออกจากคลินิก
เสี่ยงครั้งล่าสุดนานกว่าสามวัน เพร็พเริ่มได้ในเงื่อนไขไหน
แนวทางเพร็พปี 2568 ตอบไว้ในคำถามพบบ่อยว่า ถ้าความเสี่ยงเกิน 72 ชั่วโมง และไม่มีอาการที่สงสัยว่าเป็นการติดเชื้อระยะเฉียบพลัน รับเพร็พได้ทุกชนิด โดยเน้นความสำคัญของการตรวจเอชไอวีที่เดือนที่ 1 ทั้งนี้ตามแผนภาพต้องตรวจเอชไอวีได้ผลลบก่อนเริ่ม คำว่าทุกชนิดนี้รวมชนิดที่ยังไม่มีใช้ในไทยตอนที่แนวทางพิมพ์ ให้ถามหน่วยบริการว่ามีชนิดใด
แนวทางอธิบายว่า มีการศึกษาที่พบว่าการเริ่มเพร็พชนิดกินขณะที่ได้รับเชื้อแล้วแต่ผลตรวจยังไม่เปลี่ยน อาจทำให้เชื้อดื้อต่อยาบางตัวในสูตรได้ การตรวจภายใน 1 เดือนและการเริ่มยาต้านไวรัสทันทีเมื่อสรุปผลได้ จึงช่วยให้ยังใช้สูตรรักษาที่แนะนำได้ ถ้าผลเปลี่ยนเป็นบวกระหว่างใช้เพร็พ แนวทางให้ตรวจยืนยันและเริ่มยาต้านไวรัสภายในวันเดียวกับที่ทราบผลยืนยัน
ส่วนเป๊ป ถ้าเลย 72 ชั่วโมงแล้ว แนวทางการรักษาปี 2564/2565 ให้แพทย์ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและพิจารณาเป็นราย ๆ ไป จึงยังควรไปพบแพทย์ อย่าสรุปเองว่าไม่มีทางเลือก
มีไข้ เจ็บคอ หรือปวดเมื่อย ทำไมอาจยังไม่ได้เริ่มเพร็พ
แนวทางเพร็พเขียนว่า หลังได้รับเชื้อ 2 ถึง 6 สัปดาห์ ผู้ที่ได้รับเชื้อร้อยละ 40 ถึง 90 มีอาการของระยะเฉียบพลันได้ อาการส่วนใหญ่ไม่เฉพาะ คล้ายการติดเชื้อไวรัสทั่วไป พบไข้มากที่สุด รองลงมา เช่น อ่อนเพลีย เจ็บคอ ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามร่างกาย แนวทางการรักษาปี 2564/2565 เขียนว่าอาการของระยะนี้คล้ายการติดเชื้ออื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ บางคนอาจไม่มีอาการ และระยะนี้มีปริมาณไวรัสสูงจึงถ่ายทอดเชื้อได้ง่าย
ผู้เขียนเห็นว่าอาการเหล่านี้ใช้ตัดสินเองไม่ได้ อย่านับสัปดาห์หลังเสี่ยงแล้วสรุปเองว่าไม่ใช่ระยะเฉียบพลัน ถ้ามีอาการหลังเสี่ยง ผู้เขียนแนะนำให้ไปตรวจที่คลินิกโดยไม่ต้องรอวันนัดเริ่มเพร็พ และบอกอาการกับเจ้าหน้าที่
ถ้าสงสัยระยะเฉียบพลัน แนวทางเพร็พให้พิจารณาตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ (NAAT) หรือตรวจซ้ำอีก 2 ถึง 4 สัปดาห์ และไม่ควรเริ่มเพร็พในระยะนี้ เพราะปริมาณไวรัสมักสูง และการเริ่มเพร็พอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยา แนวทางจัดประวัติและอาการที่เข้าได้กับระยะเฉียบพลันไว้เป็นข้อห้ามข้อหนึ่งของการใช้เพร็พ
วันที่ไปขอเพร็พ เตรียมอะไร และต้องกลับมาตรวจเมื่อไร
ผู้เขียนแนะนำให้เตรียมข้อมูลสามเรื่องนี้ไว้

- วันและเวลาโดยประมาณของความเสี่ยงครั้งล่าสุด เพราะเป็นคำถามแรกในแผนภาพของแนวทาง
- เคยรับเป๊ปหรือเพร็พมาก่อนไหม และกำลังอยู่ระหว่างกินเป๊ปหรือไม่
- อาการไม่สบายในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
แนวทางเพร็พปี 2568 เขียนว่า ถ้าไม่สะดวกตรวจรายการอื่นในวันแรก ตรวจวันอื่นหรือนัดครั้งถัดไปได้ และผู้ให้บริการอาจจ่ายเพร็พไปก่อน แล้วแจ้งผลตรวจทางอีเมล แอปพลิเคชัน หรือโทรศัพท์ หลังเริ่มยา แผนภาพของแนวทางให้ติดตามที่ 1 เดือน แล้วนัดตรวจต่อเป็นระยะตามชนิดของเพร็พ เช่น เพร็พชนิดกินให้ติดตามทุก 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อย
นัดเริ่มเพร็พไว้แล้ว แต่เพิ่งเสี่ยงเมื่อคืน ควรรอวันนัดไหม
ไม่ควรรอ แนวทางเพร็พปี 2568 ให้พิจารณาเป๊ปให้ครบ 28 วันก่อนเริ่มเพร็พในกรณีนี้ ให้ไปขอประเมินเรื่องเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
กินเป๊ปครบแล้ว ต่อเพร็พได้ทันทีไหม
ได้ แนวทางเพร็พปี 2568 เขียนว่าเมื่อกินเป๊ปครบ 28 วันและตรวจเอชไอวีได้ผลลบ รับเพร็พต่อได้ทันที โดยปฏิบัติตามแนวทางการจัดบริการเพร็พ
มีเพร็พเหลืออยู่ แต่ไม่ได้กินก่อนเสี่ยง ทำอย่างไร
แนวทางเพร็พปี 2568 เขียนในหัวข้อกรณีลืมกินเพร็พว่า ถ้าไม่ได้กินเพร็พในช่วงที่แนวทางกำหนดมาก่อน แต่มีเพร็พอยู่กับตัว ให้กินตามวิธีที่แนวทางกำหนด (ถามวิธีกินจากผู้ให้บริการ) แล้วไปรับเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังเสี่ยง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
ผลตรวจวันแรกเป็นลบ แปลว่าไม่ได้รับเชื้อจากครั้งล่าสุดใช่ไหม
ยังสรุปไม่ได้ ผลวันแรกอาจอยู่ในระยะที่ยังตรวจไม่พบ แนวทางเพร็พปี 2568 จึงให้ตรวจเอชไอวีซ้ำ 1 เดือนหลังเริ่มเพร็พ ส่วนผู้ที่รับเป๊ป แนวทางการรักษาปี 2564/2565 ให้ตรวจซ้ำหลังสัมผัส 1 เดือนและ 3 เดือน
ผลตรวจวันแรกสรุปไม่ได้ ทำอย่างไรต่อ
แผนภาพของแนวทางเพร็พปี 2568 ให้ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อทันที หรือตรวจซ้ำอีก 2 ถึง 4 สัปดาห์ ให้ถามแพทย์ว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ และจะเริ่มเพร็พได้เมื่อไร
สรุป
- แนวทางเพร็พของไทย ปี 2568 ให้ดูเวลาของความเสี่ยงครั้งล่าสุดก่อนเริ่มเพร็พ ถ้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้พิจารณาเป๊ปให้ครบ 28 วันก่อน แล้วเริ่มเพร็พต่อได้ทันทีเมื่อผลลบ
- ถ้าเลย 72 ชั่วโมงและไม่มีอาการที่สงสัยระยะเฉียบพลัน เริ่มเพร็พได้เมื่อตรวจเอชไอวีได้ผลลบ แต่ต้องกลับมาตรวจที่ 1 เดือน
- ถ้ามีไข้ เจ็บคอ หรือปวดเมื่อย ให้บอกผู้ให้บริการ แนวทางเขียนว่าไม่ควรเริ่มเพร็พเมื่อสงสัยระยะเฉียบพลัน
- ถ้าเพิ่งเสี่ยง อย่ารอวันนัด ให้ไปขอประเมินเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
อ่านเรื่องเป๊ปเพิ่มเติมได้ที่หน้า PEP: การป้องกัน HIV แบบฉุกเฉินหลังเหตุที่กังวล ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการจัดบริการยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2568 กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค


