ถูกเข็มที่ทิ้งไว้ตำนอกโรงพยาบาล เช่น เหยียบเข็มฉีดยาที่ชายหาด ให้ล้างแผลด้วยสบู่กับน้ำสะอาด แล้วไปสถานพยาบาลให้แพทย์ประเมินโดยเร็วที่สุด เพราะถ้าแพทย์เห็นว่าควรได้ยาเป๊ป หรือยาป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัส แนวทางของไทยให้เริ่มยาโดยเร็วที่สุดหลังเหตุ อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง และกินให้ครบ 4 สัปดาห์ ถ้าเลย 72 ชั่วโมงไปแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
ส่วนคำถามว่าเสี่ยงเอชไอวีไหม แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ของกรมควบคุมโรค จัดการถูกเข็มตำนอกสถานพยาบาลไว้ในเรื่องเป๊ป และเขียนด้วยว่าถ้าเป็นเข็มที่ทิ้งแล้ว ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีต่ำมาก ผู้ที่ชั่งน้ำหนักสองข้อนี้คือแพทย์ ไม่ใช่ผู้ที่ถูกตำ
ถูกเข็มที่ทิ้งไว้ตำ ดูแลแผลอย่างไรก่อนออกเดินทาง
ดูแลแผลตามสามข้อนี้ แล้วออกเดินทางเลย
- ล้างด้วยสบู่กับน้ำสะอาด แผนภูมิของแนวทางไทย ปี 2564/2565 ซึ่งเขียนสำหรับบุคลากรสาธารณสุขที่ถูกเข็มตำขณะทำงาน ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำสบู่ และไม่ต้องบีบเค้นบริเวณที่ถูกตำ
- อย่าบีบแผล สมาคมกุมารแพทย์แคนาดา ซึ่งเขียนคำแนะนำเรื่องเด็กที่ถูกเข็มที่ทิ้งในที่สาธารณะตำ ให้ล้างโดยเร็วที่สุด และไม่ให้บีบเพื่อให้เลือดออก
- ปิดแผล หน้าคำแนะนำประชาชนของกระทรวงสาธารณสุขรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อและปิดด้วยผ้าปิดแผลที่สะอาด
จากนั้นไปสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไป ผู้เขียนแนะนำว่าอย่ารอตามหาเจ้าของเข็มก่อนไป และอย่าเสี่ยงหยิบเข็มด้วยมือเปล่าเพื่อนำไปด้วย ให้จำลักษณะของเข็มไว้เล่าให้แพทย์ฟัง
เสี่ยงเอชไอวีแค่ไหน แนวทางไทยเขียนไว้อย่างไร
แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ซึ่งเขียนให้บุคลากรสาธารณสุขใช้ จัดการถูกเข็มกลวงอย่างเข็มฉีดยาตำนอกสถานพยาบาลไว้ในกลุ่มการสัมผัสที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งแนะนำให้เป๊ป ส่วนตารางความเสี่ยงของเล่มเดียวกันเขียนว่าเข็มกลวง แผลลึก และเลือดที่มองเห็นได้บนเข็ม เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อเอชไอวี แต่ถ้าเลือดที่ติดอยู่เป็นเลือดแห้ง หรือเข็มที่ตำเป็นเข็มที่ทิ้งแล้ว ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่ำมาก
ตารางของแนวทางใช้ชนิดของเข็มและความใหม่ของเลือดบนเข็มเป็นข้อพิจารณาเรื่องเป๊ปด้วย ผู้เขียนเห็นว่าผู้ที่ถูกตำบอกเองได้ยากว่าเข็มเป็นแบบใด และเลือดบนเข็มเก่าแค่ไหน ข้อพิจารณานี้ยังว่าด้วยเป๊ปของเอชไอวีเท่านั้น ไม่ได้พูดถึงไวรัสตับอักเสบหรือบาดทะยัก จึงควรให้แพทย์เป็นผู้ดูทุกกรณี
สมาคมกุมารแพทย์แคนาดา ในคำแนะนำที่ปรับปรุงเมื่อปี 2567 เขียนว่ายังไม่มีรายงานการติดเอชไอวีจากการถูกเข็มที่ทิ้งในชุมชนตำ และมีรายงานการติดไวรัสตับอักเสบบีหรือซีน้อยมาก ส่วนกระทรวงสาธารณสุขรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ในหน้าที่ทบทวนเมื่อ 20 มกราคม 2569 เขียนว่าในรัฐนั้นยังไม่มีรายงานที่ยืนยันได้ว่ามีผู้ติดเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี หรือซี จากการถูกเข็มตำในที่สาธารณะ เช่น สวนหรือชายหาด และหน้าเดียวกันให้ขอคำแนะนำจากแพทย์หรือห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลโดยเร็ว
รายงานเหล่านี้ไม่ใช่เหตุให้ไม่ไปพบแพทย์ สมาคมกุมารแพทย์แคนาดาเขียนว่าเมื่อไม่มีข้อมูลของพื้นที่ ควรถือไว้ก่อนว่าเข็มอาจปนเปื้อนไวรัส ซึ่งมีทั้งเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี และซี
ไปถึงแล้ว เล่าอะไรให้แพทย์ฟัง
สมาคมกุมารแพทย์แคนาดาให้ผู้ตรวจบันทึกรายละเอียดของเหตุการณ์ คำแนะนำนี้เขียนเรื่องเด็ก ผู้เขียนนำรายการมาใช้กับผู้ใหญ่ด้วยเพราะเป็นข้อมูลของเหตุการณ์ ให้เตรียมคำตอบเท่าที่จำได้ ถ้าจำไม่ได้ก็ไปได้เลย ไม่ต้องรอ
- วันและเวลาที่ถูกตำ
- พบเข็มที่ไหน และถูกตำอย่างไร
- ลักษณะของเข็ม และมีกระบอกฉีดยาติดอยู่หรือไม่
- เห็นเลือดในเข็มหรือกระบอกฉีดยาหรือไม่
- แผลมีเลือดออกหรือไม่
- รู้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้ใช้เข็มนั้น
สมาคมยังให้ผู้ตรวจดูประวัติวัคซีนบาดทะยักและไวรัสตับอักเสบบีของเด็กที่ถูกตำ และให้วัคซีนบาดทะยักเมื่อมีข้อบ่งชี้ ถ้ามีสมุดวัคซีน ผู้เขียนแนะนำให้นำไปด้วย
เป๊ป ไวรัสตับอักเสบบี และการตรวจติดตาม
แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 เขียนว่าเมื่อมีข้อบ่งชี้ ต้องให้เป๊ปโดยเร็วที่สุดหลังสัมผัส อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง กินให้ครบ 4 สัปดาห์ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ถ้าเลย 72 ชั่วโมงแล้ว แนวทางให้แพทย์ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและพิจารณาเป็นราย ๆ ไป จึงยังควรไปพบแพทย์
ตารางการประเมินก่อนให้เป๊ปของแนวทางมีการตรวจเลือดผู้สัมผัสเรื่องเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี สำหรับผู้ที่ได้เป๊ป แนวทางให้ตรวจเอชไอวีซ้ำหลังสัมผัส 1 เดือนและ 3 เดือน ระหว่างนั้นให้งดบริจาคเลือด อวัยวะ และอสุจิ และสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ถ้าแพทย์ไม่ได้ให้เป๊ป ให้ถามว่าต้องกลับมาตรวจเมื่อไร
สมาคมกุมารแพทย์แคนาดาเขียนว่าไวรัสตับอักเสบบีเป็นไวรัสที่ทนที่สุดในกลุ่มไวรัสที่ติดต่อทางเลือด และแนะนำการป้องกันหลังสัมผัสสำหรับเด็กที่ยังไม่ได้วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งได้ผลเมื่อให้โดยเร็ว ผู้เขียนจึงแนะนำให้ถามแพทย์เรื่องนี้ด้วย อ่านต่อได้ที่ PEP กับวัคซีนตับอักเสบบี ต้องขอพร้อมกันไหม
ถ้าเกิดเหตุนอกเวลาทำการ อ่าน เสี่ยงเอชไอวีตอนกลางดึกหรือวันหยุด ไปที่ไหนได้ตอนนี้ และหน้า PEP: การป้องกัน HIV แบบฉุกเฉินหลังเหตุที่กังวล ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
ถ้าคนที่ถูกตำเป็นเด็ก
คำแนะนำของสมาคมกุมารแพทย์แคนาดาเขียนขึ้นสำหรับกรณีนี้ สมาคมเขียนว่าความเสี่ยงของการติดเชื้อจากเหตุแบบนี้ต่ำ แต่เด็กต้องได้รับการประเมิน การให้คำปรึกษา และการติดตาม ส่วนหัวข้อเป๊ปของแนวทางไทย ปี 2564/2565 ไม่ได้แยกเขียนเรื่องเด็กที่ถูกเข็มตำไว้ ผู้เขียนแนะนำให้พาไปสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง และถ้าเลยแล้วก็ยังควรพาไป
สมาคมเขียนด้วยว่าผู้ปกครองบางครั้งเข้าใจผิดว่าถ้าผลเลือดที่ตรวจวันเกิดเหตุเป็นลบ แปลว่าไม่มีทางติดเชื้อและไม่ต้องตรวจอีก และเขียนว่าการติดตามหลังการถูกเข็มตำที่มีนัยสำคัญเป็นเรื่องจำเป็น
เรื่องการป้องกัน สมาคมให้สอนเด็กว่าอย่าจับเข็มหรือกระบอกฉีดยา และให้บอกผู้ใหญ่เมื่อพบ เพื่อให้ผู้ใหญ่จัดการทิ้งในภาชนะปิดที่เข็มแทงไม่ทะลุ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องเก็บเข็มไปให้โรงพยาบาลตรวจหาเชื้อไหม
สมาคมกุมารแพทย์แคนาดาเขียนว่าไม่มีข้อบ่งชี้ให้ตรวจหาไวรัสจากเข็มหรือกระบอกฉีดยา และผลลบก็ตัดความเป็นไปได้ของการติดเชื้อไม่ได้
แผลเล็กมาก เลือดแทบไม่ออก ยังต้องไปพบแพทย์ไหม
ผู้เขียนแนะนำให้ไป ความลึกของแผล ชนิดของเข็ม และประวัติวัคซีน เป็นสิ่งที่ผู้ตรวจต้องประเมินเอง การไปโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง ทำให้ยังเริ่มเป๊ปได้ทันถ้าแพทย์เห็นว่าควรได้ และถ้าเลยแล้วก็ยังควรไป
เลย 72 ชั่วโมงไปแล้ว ยังควรไปพบแพทย์ไหม
ยังควรไป แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ให้แพทย์ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและพิจารณาเรื่องเป๊ปเป็นราย ๆ ไป และสมาคมกุมารแพทย์แคนาดา ซึ่งเขียนเรื่องเด็ก ให้ผู้ตรวจดูเรื่องไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และบาดทะยักด้วย
ตรวจเอชไอวีวันนั้นแล้วผลเป็นลบ จบแค่นั้นไหม
ยัง สำหรับผู้ที่ได้เป๊ป แนวทางไทย ปี 2564/2565 ให้ตรวจซ้ำหลังสัมผัส 1 เดือนและ 3 เดือน และสมาคมกุมารแพทย์แคนาดา ซึ่งเขียนเรื่องเด็ก เขียนว่าเป็นความเข้าใจผิด ถ้าคิดว่าผลลบของวันเกิดเหตุแปลว่าไม่ต้องตรวจอีก ถ้าไม่ได้เป๊ป ให้ถามแพทย์ว่าต้องกลับมาตรวจเมื่อไร
ระหว่างรอตรวจซ้ำ ต้องระวังอะไร
แนวทางไทย ปี 2564/2565 เขียนถึงผู้ที่ได้เป๊ปว่าให้งดบริจาคเลือด อวัยวะ และอสุจิ สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และถ้ามีอาการที่สงสัยการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน เช่น ไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือผื่น ให้ไปพบแพทย์ทันที
สรุป
ถูกเข็มที่ทิ้งไว้ตำ ให้ล้างแผลด้วยสบู่กับน้ำสะอาด ไม่บีบแผล แล้วไปสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ซึ่งเขียนให้บุคลากรสาธารณสุขใช้ จัดการถูกเข็มกลวงตำนอกสถานพยาบาลไว้ในกลุ่มที่แนะนำให้เป๊ป และเขียนด้วยว่าเข็มที่ทิ้งแล้วมีความเสี่ยงต่อเอชไอวีต่ำมาก ส่วนสมาคมกุมารแพทย์แคนาดา ในคำแนะนำที่ปรับปรุงปี 2567 เขียนว่ายังไม่มีรายงานการติดเอชไอวีจากเหตุแบบนี้ แต่การประเมินเรื่องเป๊ป ไวรัสตับอักเสบบีและซี และการนัดตรวจซ้ำ เป็นของแพทย์ อย่าตัดสินเองว่าไม่ต้องไป
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค หัวข้อการป้องกันหลังการสัมผัส
- Needle stick injuries in the community — Canadian Paediatric Society ปรับปรุง 14 มีนาคม 2567
- Treating needlestick injuries — HealthyWA กระทรวงสาธารณสุขรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ทบทวน 20 มกราคม 2569



